Uniqlo – ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น แต่เกือบต้องล้มละลาย (2)

crblog-wp-content-uploads-2008-01-logos

กลับมากันต่อ
กับ Uniqlo เคส
ใครที่ยังไม่ได้อ่าน
ภาคที่แล้ว
คลิกอ่านได้จาก
ลิงค์นี้นะครับ
.
.
.
ภาค 2 ปฏิวัติ

เรียนรู้ตลาดใหม่จากประสบการณ์ตรง - ใช้ประโยชน์จากมันสมองในท้องถิ่น
เริ่มต้นอย่างช้าๆ (เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยแผลเก่าในอังกฤษ)
ก่อนที่ร้านแฟลกชิปอันใหญ่โตจะเปิดอย่างเป็นทางการกลางมหานครนิวยอร์ค UNIQLO
แอบเปิดร้านทดลองสองสามแห่งในนิวเจอร์ซีย์ก่อน
เพื่อศึกษาทำความเข้าใจตลาดอเมริกัน
พร้อมกับใช้เวลาฟอร์มทีมครีเอทีฟท้องถิ่นขึ้น ( สำหรับการทำการตลาดในอเมริกาเองโดยเฉพาะ )

อ่านต่อด้านใน

ก่อนวันเปิดร้านแฟลกชิปไม่นาน ทีมครีเอทีฟของ UNIQLO (America)
เริ่มแคมเปญป่วนเมืองที่ชื่อ “UNIQLO is Everywhere”
โดยนำเอาตู้คอนเทนเนอร์ติดป้าย UNIQLO ขนาดยักษ์เวียนไปผลุบโผล่
สร้างกระแสตามย่านดังหลายแห่งของนครนิวยอร์ค

สร้างเครือข่ายธุรกิจ ขยายอาณาจักรเพิ่มความได้เปรียบ
ยังไม่นับรวมถึงการที่บริษัทแม่ของ UNIQLO ทำงานหลังบ้าน
เข้าซื้อกิจการของ Helmut Lang มาไว้ในครอบครอง
โดยหวังจะหยิบยืม Creativity จากทาง Helmut Lang
สร้างความได้เปรียบในเรื่องของสไตล์
และการวางแผนผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดตะวันตกโดยเฉพาะ
UNIQLO = Cool Japanica คือประโยคสั้นๆ
ที่เป็นหัวใจสำคัญของการเคลื่อนทัพครั้งนี้ทั้งหมด
Sato กล่าวอย่างมั่นใจว่า DNA ใหม่จะถูกส่งผ่านสู่ทุกองค์ประกอบ
ภายใต้แบรนด์ UNIQLO อย่างต่อเนื่องและสอดคล้อง
ตามคอนเซ็ปท์การตลาดแบบ Integrated Marketing
เริ่มตั้งแต่โลโก้ใหม่สีแดงขาวแบบธงชาติญี่ปุ่น ที่คราวนี้ทำเก๋มี 2 เวอร์ชั่น
ทั้งแบบตัวอักษรคาตากานะและแบบตัวอักษรโรมัน
โดยโลโก้ใหม่นี้จะมีความสวยงามแบบสากล
แต่แฝงคุณลักษณะความเป็นญี่ปุ่นไว้ด้วย คือ logical (มีเหตุมีผล),
clean (สะอาด), high-quality (คุณภาพดี), speed (เร็ว), flat (ชัดเจน),
และgraphical (เป็นกราฟฟิค)


โลโก้เก่าด้านซ้าย ของใหม่อันกลางและขวา

การตกแต่งร้านใหม่ ที่ถึงแม้จะยังคงความเรียบแบบ Japanese Minimal
(มีประตูแบบบานเลื่อนและเสื่อตาตามิ)
แต่ก็ใส่อารมณ์ Downtown Tokyo ลงไปเต็มๆ
ด้วยกลิ่นอายของการ์ตูน Manga, Hi-tech chic และลุค industrial ดิบๆ
โดยงานนี้ Sato วางใจให้ Masamichi Katayama
ดีไซเนอร์ที่เคยทำงานตกแต่งภายในให้กับร้าน Bathing Ape (สตรีทแบรนด์ชื่อดัง)
มาช่วยลบคราบของ”โกดังเก็บผ้า” ออกไป

Katayama เรียกผลงานที่เขาทำให้กับ UNIQLO
ในครั้งนี้ว่า ” Beauty conscious, ultra rational style”
เป้าหมายทางการออกแบบคือ ร้านใหม่นี้ต้องสร้างความโดดเด่นแบบที่ “เป็นกลางที่สุด”
ร้านจะไม่มีองค์ประกอบด้านการตกแต่งที่ชี้นำความคิด
หรือสร้างจินตนาการไปทางใดทางหนึ่งจนเกินไป ตอบโจทย์เป้าหมายของแบรนด์
ที่ต้องการให้ผู้บริโภคเป็น “ผู้เลือก” “สร้างโจทย์”
และ “หาคำตอบ” ให้กับสไตล์ของตัวเอง ไม่ใช่เสื้อผ้าไปชี้นำความคิดหรือสไตล์ให้กับผู้คน
โดยคอนเซ็ปท์นี้เริ่มใช้ในร้านที่นิวยอร์คเป็นแห่งแรก
และจะเป็นต้นแบบของร้านสาขาอื่นๆทั้งหมดในโลก รวมทั้งที่ลอนดอนและปารีสด้วย

ในส่วนของการสื่อสารการตลาดก็เห็นมี
การผลิต “People campaign” ออกมาอย่างต่อเนื่อง หยิบยืม “ลุค” มันส์ๆ ของคนดังบ้างไม่ดังบ้าง
มาโปรโมทภาพความเป็น “ประชากรสากล” (Global citizen) เต็มขั้น
ไม่ว่าจะเป็น Kim Gordon แห่งวง Sonic Youth
หรือ Chef กะทะเหล็ก Masaharu Morimoto
ก็เคยปรากฎโฉมใน People Campaign อันโด่งดังของ UNIQLO มาแล้ว

เดี๋ยวต่อโพสต์หน้า
ผมจะพยายามรวบรวมงาน ออนไลน์
ที่ Uniqlo ได้ทำ และหลายๆตัวได้รางวัลที่ใหญ่ๆ
ได้ที่นี่ครับ คลิกเลย




Related Posts



Leave a Reply