Category Archives: Review

Gideon Sundback celebrated in a Google doodle

สำหรับคนที่เข้า Google หน้าแรกวันนี้
( 24 เมษา 2012 )
จะเห็นหน้า Google Doodle แปลกตา
เป็น zipper ออกมาหน้าสนใจไม่น้อย
ลองเข้าไปดูได้ที่ https://www.google.com/

วันนี้คือวันเกิดปีที่ 132 (ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่)
ของ Gideon Sundback บิดาผู้คิดค้น zipper หรือซิป
ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก

Join the forum discussion on this post

Uniqlo – ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น แต่เกือบต้องล้มละลาย (3)

uniqlo-jump-2010-1

ต่อจากภาค 2 นะครับ
ใครที่เพิ่งได้มาอ่าน
อ่านย้อนหลังได้
ตอนที่ 1
ตอนที่ 2
.
.
.

.

.
ภาค 3 ดังในระดับโลก
ด้วยไอเดีย + ออนไลน์

ต่อยอดค่านิยม
และวัฒนธรรมใหม่ “ชีวิตออนไลน์”
ด้านออนไลน์ก็ไม่น้อยหน้า
Sato ไปจีบ Yugo Nakamura อินเตอร์แอคทีฟจีเนียสของญี่ปุ่น
มาช่วยพัฒนาเว็ปไซต์และไมโครไซต์ต่างๆ ของ UNIQLO


โดยเป้าหมายของโปรเจ็กท์ คือ การใช้อินเตอร์เน็ตเป็นทั้งเครื่องมือการตลาดแบบ Viral Marketing
ทำให้แบรนด์เป็นที่คุ้นเคยทั่วโลกได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็เป็น e-commerce
เต็มรูปแบบไปด้วย โปรเจ็กท์ที่ประสบความสำเร็จมากๆ

อ่านต่อด้านใน

Uniqlo – ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น แต่เกือบต้องล้มละลาย (2)

crblog-wp-content-uploads-2008-01-logos

กลับมากันต่อ
กับ Uniqlo เคส
ใครที่ยังไม่ได้อ่าน
ภาคที่แล้ว
คลิกอ่านได้จาก
ลิงค์นี้นะครับ
.
.
.
ภาค 2 ปฏิวัติ

เรียนรู้ตลาดใหม่จากประสบการณ์ตรง - ใช้ประโยชน์จากมันสมองในท้องถิ่น
เริ่มต้นอย่างช้าๆ (เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยแผลเก่าในอังกฤษ)
ก่อนที่ร้านแฟลกชิปอันใหญ่โตจะเปิดอย่างเป็นทางการกลางมหานครนิวยอร์ค UNIQLO
แอบเปิดร้านทดลองสองสามแห่งในนิวเจอร์ซีย์ก่อน
เพื่อศึกษาทำความเข้าใจตลาดอเมริกัน
พร้อมกับใช้เวลาฟอร์มทีมครีเอทีฟท้องถิ่นขึ้น ( สำหรับการทำการตลาดในอเมริกาเองโดยเฉพาะ )

อ่านต่อด้านใน

Uniqlo – ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น แต่เกือบต้องล้มละลาย (1)

00

พอดีค้นในเครื่อง
แล้วเจอข่าวที่เก่าเก็บ
มาเกือบ 3 ปี (ปี 2008)
น่าสนใจ
.
.
.
.
.
.
.
.

Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น
ที่ทุกวันนี้ผลงาน Marketing โดยเฉพาะ ดิจิตอล ทำแบบสากล
และไอเดียได้รางวัลระดับโลกอยู่ตลอด
เพื่อไม่อยากให้ยาวจนเกินไป บทความนี้จะแบ่งเป็น 3 ภาคนะครับ
อ่านได้ 3 วันต่อเนื่อง

ภาค 1 อดีต

UNIQLO แฟชั่นเลือดซามูไรกับการเดินทางค้นหาตัวตน
ครั้งที่สองในแผ่นดินตะวันตก

ภาพลักษณ์ของสินค้า “เมด-อิน-เจแปน” ที่ตราตรึงอยู่ในใจของเราๆท่านๆ
ทุกวันนี้คืออะไรบ้าง สุดยอดเทคโนโลยี? ไม่ตื่นเต้นแต่เน้นคุณภาพ?
ทนด้วยถูกด้วย?แต่ “ของญี่ปุ่นก็พิมพ์นี้ทั้งนั้นแหละ”
หลายคนสรุปอย่างนั้น

อ่านต่อด้านใน

Location-Based Marketing

dogboard_2

 

“พี่จ๋าาาาา……. “
เสียงน้องฝึกงานคนเดิม
ลากเสียงยาวๆ
พร้อมกับเดินตามมาที่โต๊ะ
ของผม
.
.
.
.
” ตั้งแต่เรยาจบหนูต้องมา
นั่งทำ รายงานส่งอาจารย์อีก”

“รายงานเรื่องเรยา มีผัวกี่คนเหรอ”
ผมถามกลับไป

“ป่าวเพ่ ถามแบบนั้น หนูตอบเองก็ได้
พี่พอมีตัวอย่างงานพวก
Location-Based Marketing ไหม
จารย์ให้หา ไปทำรายงาน หนูอยากได้เคส ยิ่งมีวีดีโอยิ่งเดิ้น “

ในใจงานเข้าอีกแล้ว ตู
“จะเอาของเมืองไทย หรือของเมืองนอก”
ผมถามกลับ

“ทั้ง 2 เลยได้ไหม (หนูขอเบิ้ลว่างั้น​)”

“งั้นมาดูที่โต๊ะ เดี๋ยวหาให้ดู”

อ่านต่อด้านในเลย(ยาว)

ทำอะไรสักอย่างให้คนจดจำ-พูดถึง และบอกต่อ แบบ Hyundai New Accent ด้วย 3D Installation + projection

Hyundai-Accent-Exterior

เวลาแบรนด์สักแบรนด์ หมายมั่นปั้นมือ
ที่จะเปลี่ยนเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ดีกว่าเดิม
ยิ่งเป็นแบรนด์ที่อยู่นอกสายตาผู้บริโภค
ยิ่งต้องทุ่มเป็นพิเศษ

ยิ่งจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ในระดับ Global ด้วย
ต้องทำอะไรสักอย่างให้คนจดจำ ถึงสิ่งที่ต้องการอยากให้รู้
พูดถึง และบอกต่อ กับคนอื่นๆ ยิ่งกระจายให้เร็วยิ่ง
ยิ่งสืออินเตอร์เนตยิ่งถ้ามีอะไรที่ตื่นตาตื่นใจ
คนก็พร้อมที่จะบอกต่อ และส่งเรื่องต่างๆ
ผ่านสื่อที่เขาสามารถทำได้อยู่แล้ว

ยิ่งออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่
อย่าง Hyundai แบรนด์นอกสายตา
ที่ไม่ได้อยู่ในระดับท๊อป 3 เท่าไร
เปิดตัว รถยนต์รุ่นใหม่
New Hyundai Accent 2012

คำถาม : แล้วจะทำอย่างไร ด้วยวิธีไหนกัน ?

TVC ดีไหม? บอกภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่

อืมม ไม่แน่ใจ มันคงได้ แต่เพียงพอรึยัง ?

หรือเปิด Website คิดใหม่ทำใหม่
แบบนี้?

http://newthinking.hyundai.com/

แต่มีวิธีที่ครีเอทีฟคิด แล้วให้เกิด talk ได้
ไหนๆ ก็ไหนๆ จะเปิดตัวรถทั้งที
เสียเงินค่า event ก็หนักอยู่ แล้วเงินที่เสียไป ส่วนใหญ่ก็ได้แค่ข่าว
สักหน้าในหนังสือพิมพ์ หรือ หนังสือการตลาด
ประมาณว่า ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นนี้ ณ วันนี้แล้ว

ลองมาดูคลิปวีดีโอนี้กัน ว่างานเปิดตัวแบบนี้ สร้าง talk และอะไรได้ขึ้นบ้าง?

อยากรู้เข้ามาอ่านต่อเลย

The Google Job Experiment

Google Job

งานรางวัลไอเดียดีๆ ที่ลงทุนไม่สูงนัก
กับการหางานครีเอทีฟ ของบริษัทท๊อปๆ ใน New York


อ่านต่อด้านใน…

Pee in the shower

peeintheshower_case

 

งานรณรงค์เพื่อสังคมของชาวบราซิล
เกี่ยวเนื่องกับ Global Warning
ที่คิดอีกมุม ที่จะประหยัดน้ำ


ลองดูวีดีโอเคสด้านในจะเข้าใจมากขึ้น

Best Job in the world

งาน PR + Direct ที่สร้าง awareness ระดับโลก
ของการ ท่องเที่ยว QueensLand ที่โปรโมต
การท่องเที่ยวของเขา
โดยผ่านการรับสมัครที่เรียกว่า ตำแหน่งงานที่ดีที่สุดในโลก

แล้วแอบโปรโมต ที่เที่ยวของเขาในนั้น
เรียกกันว่า เจ๋ง จนได้ Grand Prix (PR, Direct )Cannes ปีนี้ได้เลย

Idea come from everywhere

หลายวันก่อน ที่ผมเขียนเรื่อง
ฝึกคิดมุมกลับ เมื่อเห็น ad ของคนอื่น
ที่ไอเดียนอกจากเราจะเรียนรู้จากการคิดเองแล้ว
เรายังสามารถเรียนรู้ได้จาก งานคนอื่นแล้วคิดล้วงลึกไปให้สุด

อีกวิธีการหนึ่งของที่มาของไอเดีย
มันมาจากเรื่องรอบตัว ข่าวสารข้อมูลรอบตัว
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในประเทศ
หรือไอเดียจากต่างประเทศก็ตาม
วิธีการนำไอเดียมาใช้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์
ที่สร้างสรร ว่าเป็นคนที่มีประสบการณ์ในการมอง
การรับรู้ข้อมูล และการคิดเป็นงาน
ใครที่มีประสบการณ์มากกว่าก็สามารถคิดต่อยอดเป็นไอเดีย
ของตัวเองได้ดีทีเดียว

แต่สำหรับผู้ที่เริ่มต้น ขอให้เป็นคนที่ค้นหาข้อมูล
และความรู้ใหม่ๆ แล้วลองเริ่มคิดเป็นงานดู
ทำต่อเนื่อง อยู่เสมอ ครั้งแรกไม่ต้องไปซีเรียส
ที่งานที่เราคิดไม่ได้ออกมาเป็นงาน ระดับเทพ
แต่อย่าไปหยุดคิด อย่าไปหยุดทำ
ถ้าหากคุณมีความสุข และสนุกที่จะได้คิด
สนุกที่จะทำไรแปลกๆใหม่ๆ ขอให้ทำอย่าไปหยุด

ผมมีตัวอย่างหนึ่งมาให้ดู
Hubba gum
หมากฝรั่ง Hubba ทำ ambient ad

Gum by numbers.
Every little bit helps keep Australia beautiful.

Advertising Agency: DDB Sydney, Australia
Executive Creative Director: Matt Eastwood
Deputy Creative Director: Steve Back
Typographer: Jason Young
Art Directors: Iggy Rodriguez, Steele Bonus, Justin Carew, Jakub Szymanski
Copywriter: Iggy Rodriguez

เป็น ambient ad ที่ให้คนในออสเตรเลีย ที่ชอบเคี้ยวหมากฝรั่ง
แล้วทิ้งตามพื้นมาสร้างสรรค์งานศิลปะ ในบิลบอร์ด
โดยปะหมากฝรั่งลงบน งานตามตัวเลขที่บอกสีต่าง
ที่เข้ากับ product line ของ หมากฝรั่ง Hubba
นอกจากจะช่วยส่งเสริมยอดขายหมากฝรั่ง
และทำให้คนที่เคี้ยวมีความรู้สึกที่ดีๆ กับแบรนด์แล้ว
ยังช่วยให้บ้านเมืองไม่สกปรกได้อีก
สมกับ copy
Gum by numbers.
Every little bit helps keep Australia beautiful.

ที่เห็นตัวอย่างนี้เป็นงานชั้นดี
ที่ได้รางวัลงานประกวดหลายๆที่เลยทีเดียว

แต่ก่อนที่ผมจะเห็นไอเดียนี้
(ผมเห็นงานนี้เมื่อตอน ธันวา 50)

ก่อนหน้านั้นผมได้อ่านบทความหนึ่ง
จากหนังสือ “ต้นไม้ใต้โลก”
เรื่อง ทิ้งที่ที่ทิ้ง
เรื่องย่อๆ ก็คือ เทศบาลอังกฤษประสบปัญหาเกี่ยวกับ
หมากฝรั่งที่ทิ้งตามพื้นหลังจากชาวเมืองเคี้ยวเสร็จ
เป็นปัญหาใหญ่ ที่เล่าว่า เป็นปัญหาที่ต้องใช้งบประมาณ
ถึงปีละ 10,500 ล้านบาทในการชำระปัญหาเหล่านี้

ครั้นจะออกกฏหมายห้ามเคี้ยวหมากฝรั่งกันทั้งเมือง
เหมือนสิงคโปร์ก็ไม่ได้
คงโดนประท้วงหรือแอบทำเหมือนเดิม
ประมาณปี 2548
ทางเทศบาลก็ออกโปสเตอร์ที่ติดตามเมืองขึ้นมา
ที่ไม่ได้ออกมาเพื่อรณรงค์ หรือสั่งห้ามใดๆ
หรือจะเป็นเชิญชวนให้คนมาทิ้งลงถัง

แต่ออกมาให้คนร่วมแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ
ที่ออกเป็นอารมณ์เดียวกับโพลล์ YES or NO
หากคุณเห็นด้วยกับเรื่องนี้
ให้นำหมากฝรั่งที่คุณเคี้ยวนั้นละ
ไปปะลงช่อง YES
หรือถ้าไม่ ก็ปะลงช่อง NO ซะ

จะเป็นเรื่องการเมือง หรือข่าวดาราก็ตาม
ได้ผลดึงดูดคนเคี้ยวหมากฝรั่ง
และหมากฝรั่งจากที่ทิ้งตามพื้นมาทิ้งบนนี้แทน
ช่วยลดงบประมาณได้มากทีเดียว

ที่ยกตัวอย่างไอเดีย ambient ของที่ออสเตรเลียนั้น
ไม่ได้หมายความที่จะบอกว่าเขาลอกไอเดีย
ของเทศบาลอังกฤษหรอกนะ
แต่นำไอเดียนี้มาคิดต่อ
และนำเสนอให้ดียิ่งกว่า และเหมาะกับ product
ที่หรือสิ่งที่ต้องการได้ดีมาก

ในโลกเราทุกๆวันนี้ ไอเดียใหม่ๆ เกิดขึ้นมามากมาย
แต่ร้อยละ 90 มักมาจากไอเดียที่คิดมาก่อนหน้านั้น
แล้วนำมาปรับ แล้วคิดต่อให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม
อาจจะนำมาเล่ามุมใหม่ หรือใส่วิธีคิดใหม่
หรือเน้นให้มีความรู้สึกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

แต่อยู่ที่คนนั้น ที่จะหาแหล่งข้อมูลต่างๆของไอเดีย
ใครที่มีแหล่งข้อมูล หรือข้อมูลมากกว่ากัน
คนนั้นก็ย่อมได้เปรียบกว่าคนอื่น
ที่เหลือ ก็อยู่ที่ประสบการณ์คนๆนั้นละ
คิดจะปรับปรุง หรือคิดต่อไปอีกได้ไกลกว่ากัน